พิชิตหัวใจผู้ชาย ตั้งแต่เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้แป้ก! - ความรัก

เทรด

พิชิตหัวใจผู้ชาย ตั้งแต่เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้แป้ก!

พิชิตหัวใจผู้ชาย ตั้งแต่เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้แป้ก

บรรยากาศของหน้าหนาวช่วงเดือนแห่งวันหยุดสิ้นปี น่าจะทำให้ใครหลายคนเริ่มออกไปเดินทางท่องเที่ยว ไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยกันแล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะทำได้แค่เที่ยวไกลสุดในประเทศ และยังต้องรักษาระยะห่างกันอยู่ แต่มันก็ยังมีข้อดีอยู่บ้างที่อย่างน้อยคุณอาจค้นพบอะไรบางอย่างในสถานที่บางแห่งที่เคยมองข้าม ประสบการณ์ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ บรรยากาศโรแมนติกของหน้าหนาวอาจลิขิตให้เจอคนที่ใช่ระหว่างทางก็ได้ ใครจะไปรู้

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนที่จะทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้อย่างราบรื่น เหงื่อไม่ออกมือ หรือเผลอทำตัวเด๋อไปซะก่อน โดยเฉพาะเมื่อเจอคนที่ใช่ด้วยแล้วล่ะก็ เป็นท้อ… คงไม่มีใครอยากดูไม่ดีเมื่อเจอคนที่ใช่ แต่การที่เราต่างไม่ได้ตั้งตัวตั้งใจว่าจะต้องไปเจอใคร แล้วดันเจอ การเป็นตัวของตัวเองและความเป็นธรรมชาติของเราอาจไปสะดุดสายตาใครที่เขามองอยู่ก็ได้นะ เหมือนเพลง ‘ถ้าเขาจะรัก ยืนเฉยๆ เขาก็รัก’ นั่นแหละ

แต่ถ้ายืนเฉยยิ่งกว่าจ่าเฉยแล้วเขาก็ยังไม่สนใจอยู่ดี มาค่ะ! เรามีฮาวทูสำหรับการเริ่มบทสนทนาที่ใช่ เมื่อเจอคนที่ชอบครั้งแรกอย่างไรไม่ให้แป้ก มาฝาก

พิชิตหัวใจผู้ชาย ตั้งแต่เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้แป้ก

Nerdy (don’t) gonna Nerd

Film Talk, Book Talk, Music Talk สิ่งที่เราสนใจ เราจะพูดถึงมันได้ทั้งวี่ทั้งวัน ไม่ว่าหนัง หนังสือ เพลง เกม หรือกาแฟ เป็นเรื่องโชคดีมาก หากเราเจอคนที่ ‘เนิร์ด’ เรื่องเดียวกันกับเราแล้วคุยกันถูกคอก็ต่อยอดได้ไม่ยาก แต่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นกับทุกคนน่ะสิ บางครั้งความเนิร์ดของเราก็ต้องดูตาม้าตาเรือ
ดูไลฟ์สไตล์ฝ่ายตรงข้ามด้วยเหมือนกันว่าเขาสนใจอะไร แล้วขอบข่ายความสนใจของเราพอจะไปกันได้มั้ย ไม่ใช่ว่า “นี่ดูซีรีส์ Netflix เรื่อง Queen’s Gambit ยัง น้องจอย (Anya Taylor-Joy) เล่นดีมากเลยนะ” / “อ๋อ ปกติไม่ค่อยดูซีรีส์เลย ชอบดูแอนิเมะมากกว่า ว่าแต่น้องจอยนี่ใครเหรอ” /… ” หรือ “นี่ไปร้านกาแฟร้านนั้นมายังที่เพิ่งเปิดอะ เมล็ดจากบราซิลที่นั่นคือสุดมาก” / “อ๋อ ยัง เมล็ดบราซิลคือไรเหรอ พอดีไม่ได้เป็นคนกินกาแฟน่ะ” / “โห เมล็ดบราซิลเนี่ยนะ มัน…” ในจุดนี้ต้องเข้าใจว่าเขาอาจถามเป็นมารยาทก็ได้ ไม่ได้อยากจะรู้จริงๆ หรอกว่าเมล็ดบราซิลนี่มันยังไง ยิ่งอธิบายยืดยาว คุณจะยิ่งดูเนิร์ดจนน่ารำคาญ กลายเป็นบทสนทนาที่คนฟังอยากร้องไห้เอามากๆ แทน

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากคุยซีเรียสจัดๆ กับคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรกหรอก (ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานการณ์หรือสถานที่ที่เจอกันด้วย) ทางที่ดีระวังอย่าเป็นฝ่ายพูดเรื่องของตัวเองอยู่คนเดียว และไม่ต้องทำท่าว่ารู้ไปหมด สนใจมันซะทุกเรื่องในโลกก็ได้แหละ

Use Your Taste
ในเมื่อคนหมู่มากให้ความสำคัญของลุคภายนอกก่อนสิ่งอื่นใด (ไม่ค่ะ เราจะไม่ปฏิเสธตัวเองว่าเราต่างมองคนจากหน้าตาก่อน!) การให้ความสนใจใน Appearance ของฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในวัฒนธรรมฝั่งตะวันตก แต่ถ้าสำหรับบ้านเรา ไม่ต้องออกตัวแรงขนาดนั้นก็ได้ ถ้ามันทำให้รู้สึกว่าโจ่งแจ้งเกินไป กลัวเดี๋ยวเขารู้ทันว่าเราชอบ (ถึงแม้ในใจนี่กรี๊ดมาก ไม่ไหว) ก็อาจจะเนียนๆ เป็นว่า “เอ้อ! น้ำหอมของอะไรน่ะยู หอมดีเนอะ” นอกจากจะทำให้เขารู้สึกดี มั่นใจกับตัวเองแล้ว ยังทำให้ได้รู้ Taste ของคนคนนั้น เป็นการเก็บข้อมูลไปในตัว

พิชิตหัวใจผู้ชาย ตั้งแต่เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้แป้ก

Rom-com Scenes
ถ้ามั่นใจว่าเป็นคนตลกพอ ก็ฟาดมุกไปเลย รู้มั้ยว่า ‘Sense of Humor’ คือพรสวรรค์เฉพาะตัวที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมี อารมณ์ขันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้บทสนทนาน่าสนใจ และทำให้ตัวคุณยิ่งน่าสนใจ บางครั้งก็มากกว่าหน้าตาหรือลุคภายนอกซะอีก แต่สำหรับมุก ซีน หรือไดอะล็อกอมตะพวกนั้น ในบรรดาหนังโรแมนติก-คอมเมดี้ที่ทำให้ใครหลายคนอินมาหลายยุคหลายสมัย อาจต้องระวังก๊อปซีนจากในหนัง บางทีก็ทำแอร์ดังหึ่งได้ อันนี้ยืนยันว่าเสี่ยงมาก ถ้าอีกฝ่ายไม่เก็ตมุกคุณ เนื่องจากเขาอาจไม่เคยดูหนังเรื่องนั้น ไม่ได้จดจำ ไม่ได้อินอะไรกับคุณด้วย เช่น อยู่ๆ คุณโดดขึ้นไปร้องเพลงในบาร์แล้วคิดว่านั่นน่ะน่ารักสุดๆ ไปเลยเหมือนน้องซัมเมอร์ ในหนัง 500 Days of Summer หรืออยู่ๆ พูดประโยคเด็ดจากหนัง Jerry Maguire ว่า “You had me at hello” แล้วเขาทำหน้างงแบบ “เอ่ออ?…” ก็อาจแก้เก้อด้วยการทำแบ๊วไปเลย “แฮ่ ไม่เก็ตสินะ (ยิ้มอ่อน)” เอาน่า ผู้หญิง (พยายาม) ตลก ใครๆ ก็เอ็นดู แต่ทางที่ดีถ้าไม่อยากเสี่ยงแอร์ดัง ก็ข้ามเรื่องยืมมุกจากในหนังไปเหอะเนอะ

Know the Background
ถ้าบทสนทนาเริ่มไปได้สวย คุณกับเขาเริ่มจะคุยแล้วลื่นไหลดี การถามถึงเรื่องส่วนตัวขึ้นมาอีกนิดหน่อยไม่ได้เป็นเรื่องเสียมารยาทนักหรอก เพียงแต่ว่าต้องมีวิธีการถามที่ดูไม่ละลาบละล้วงมากเกินไปเท่านั้นเอง การถามถึงเรื่องครอบครัว ปูมหลัง เช่น เป็นคนที่ไหน เรียนจบอะไรมา มีพี่น้องหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าไม่ส่งผลอะไร เพราะการรู้แบ็กกราวนด์เบื้องหลังของคนที่เราสนใจมากเท่าไรย่อมเป็นเรื่องดีกว่าไม่รู้อะไรเลยจริงมั้ย

Put Him in Your Plans
เพื่อให้แน่ใจว่าคุณและเขาจะได้เจอกันอีกจริงๆ ก็ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของแผนคุณไปเลย ลองต่อด้วยบทสนทนาปลายเปิดเป็นเชิงชักชวนเอาไว้ เช่นว่า “เมื้อกี๊เห็นบอกว่าชอบวงนี้ใช่ป่ะ ศุกร์หน้ามีคอนเสิร์ตพอดี นี่กะจะไปอยู่” หรือ “เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะไปดูหนังเรื่องนี้พอดี / “ถ้าสนใจไปด้วยกันได้นะ” หรืออีกแบบหนึ่งก็ “กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่พอดีเลย” / “กำลังตามหา (โน่นนั่นนี่) อยู่พอดี… พอจะมีคำแนะนำมั้ย” / “ไว้เผื่อจะมาขอคำปรึกษาอีกนะ” จุดนี้คุณก็อาจจะได้แลกคอนแท็กกันไปเลยแบบไม่เคอะเขิน แถมมันน่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณใส่ใจและให้ความสำคัญมากพอกับสิ่งที่เขาสนใจอยู่ หรือเป็น Expert ในสิ่งนั้นอยู่ก็ได้ ถ้าคิดจะไปต่อจริงๆ ก็ลองนัดใกล้ๆ อย่าทิ้งช่วงนานประมาณว่า 1 เดือนผ่านไปจนเขาลืมคุณไปแล้ว แบบนั้น 99.99% มีหวังโดนเทแน่นอน!

พิชิตหัวใจผู้ชาย ตั้งแต่เริ่มคุยอย่างไรไม่ให้แป้ก

Climax Point
เมื่อเจอคนที่ใช่ คุยกันแล้วมันชักจะดีต่อใจ และต้องการที่จะสานต่อ จุดไคล์แม็กซ์ของเรื่องมันก็อยู่ตรงนี้แหละว่า “เอ๊ะ เขาโสดหรือเปล่า, มีเจ้าของหรือยัง” เพื่อเป็นการชี้ชะตาดูว่าคุณจะคุยต่อมั้ย เรื่องนี้จำเป็นมาก หากไม่ได้อยากตกเป็นมือที่ 3 ของใครโดยไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งยุคนี้มีสถานะอีกสปีชีส์หนึ่งที่เรียกว่า ‘คนคุย’ ด้วยแล้ว ที่จะยิ่งมา ‘Blur the Lines’ ความชัดเจนของทุกสิ่ง คนคุยนี่คุยแค่ไหน แค่ไหนเรียกคนคุย แค่ไหนเรียกคบ ความยากมันอยู่ตรงนี้ การสืบแบบเนียนๆ ในบทสนทนาจึงเป็นสกิลที่ต้องจำเป็นต้องมีอย่างมากๆ ถึงมันจะยากที่จะรู้ในครั้งแรกที่เจอกัน แต่ถ้าดูแล้วมีโอกาสไปต่อ ก็สู้ๆ เขานะคะ ฮึบ!

ที่มา : thairath/women

ต้องการดูและติดตามโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ 4promee รวมโปรโมชั่น

ชุมชนการซื้อขายและแบ่งปันสินค้า Commupun