fbpx

ระวัง! ไวรัส RSV ภัยร้าย คล้ายโรคหวัด แต่หนักกว่า

ระวัง ไวรัส RSV ภัยร้าย คล้ายโรคหวัด แต่หนักกว่า

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ร่างกายต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และมีโอกาศติดเชื้อ ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอ สามารถป่วยได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันน้อย ระยะนี้ฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายหลายพื้นที่ด้วยอิทธิพลของพายุ นำมาซึ่งอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา

ซึ่งมีไวรัสที่ตรวจพบในหน้าฝน คือ ‘ไวรัส RSV’ ที่มีความรุนแรงกว่าหวัดธรรมดา และหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก ไวรัส RSV เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มองเผินๆ อาจเหมือนไข้หวัดธรรมดาแต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และไวรัสชนิดนี้มักพบในเด็กอายุที่ต่ำกว่า 5 เดือน วันนี้แอดเลยจะพาคุณพ่อคุณไปทำความรู้จักกับไวรัสชนิดนี้กันค่ะ

ไวรัส RSV คืออะไร ?

ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถเกิดการติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากแล้วมักเกิดในเด็กเล็ก ๆ ที่อายุต่ำกว่า 3 ปี สำหรับในประเทศไทยอาจพบการระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว

การติดต่อของ ไวรัส RSV มีลักษณะคล้ายการติดต่อของไข้หวัด คือ การอยู่ร่วมกันโดยคนเป็นหวัด 1 คนสามารถแพร่เชื้อได้ แต่คนที่รับเชื้อเข้าไปอาจจะไม่แสดงอาการออกมาซึ่งขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกัน นอกจากการแพร่กระจายจากผู้ที่มีเชื้อแล้ว อาจจะติดจากสิ่งของที่ผู้มีเชื้อไปสัมผัสหรือการที่ผู้ปกครอง พี่เลี้ยง ไปสัมผัสเด็ก เพราะฉะนั้นควรล้างมือทุกครั้งก่อนที่จะคลุกคลีกับเด็ก

.

ระวัง! ไวรัส RSV ภัยร้าย คล้ายโรคหวัด แต่หนักกว่า

.

ลักษณะอาการโรคติดเชื้อไวรัส RSV

  • มีไข้แบบขึ้นๆ ลงๆ สลับกัน
  • คออักเสบ มีอาการไอ และเป็นการไอแบบมีเสมหะปริมาณมาก
  • มีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจติดขัด
  • จากภาวะการหายใจติดขัด และเสมหะมาก อาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน พบร่วมกับภาวะตัวเขียว
  • หอบเหนื่อย หายใจลำบาก
  • หายใจครืดคราด มีเสียวี๊ด
  • ไอเสียงดังโขลก ๆ
  • เสมหะมากและเหนียวข้น
  • ไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส
  • ซึม เบื่ออาหาร
  • ซึม หงุดหงิด หรือกระสับกระส่าย
  • ตัวเขียว

อาการแทรกซ้อน

วิธีสังเกตง่ายๆคือ หากเด็กมีอาการซึมลง เช่น เคยกินนมเก่งแล้วอยู่ๆกินน้อยลง อารมณ์ไม่ดีเหมือนปกติ หายใจแรงจนหน้าอกบุ๋ม ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยการพ่นยาหรือจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าติดตามอาการ ส่วนเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ผู้ป่วยที่มีโรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจเรื้อรัง ก็จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หากมีภาวะแทรกซ้อนอาจมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียส่งผลให้เสียชีวิตได้ โดยไวรัสชนิดนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และยังไม่มียารักษา ต้องรักษาแบบประคับประคองรอให้ร่างกายแข็งแรงจนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้

การป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV

กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคติดต่อได้แทบทุกโรค ทั้งนี้ เนื่องจาก ไวรัส RSV ติดต่อกันค่อนข้างง่าย และพ่อแม่ก็ติดจากลูกได้ จึงควรมีการป้องกันเบื้องต้น คือ หลีกเลี่ยงเด็กและตนเองจากการอยู่ในสถานที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท และแออัด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ หมั่นทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ใกล้ตัวภายในบ้านเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค รักษาความสะอาด โดยเฉพาะมือ ในการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ และการกินอาหาร สุดท้าย คือ การรักษาภูมิต้านทานของร่างกายให้เพียงพอ

.

ระวัง! ไวรัส RSV ภัยร้าย คล้ายโรคหวัด แต่หนักกว่า

ระวัง ไวรัส RSV ภัยร้าย คล้ายโรคหวัด แต่หนักกว่า

การรักษา RSV

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรง แต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ แก้ไอละลายเสมหะ ในเด็กบางรายที่มีเสมหะเหนียวมาก ต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอด และดูดเสมหะออก จะช่วยลดความรุนแรงของอาการไอและอาการหายใจหอบเหนื่อยได้

คงไม่มีคุณแม่คนไหนอยากเห็นลูกต้องเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะฉะนั้นแล้วจึงนอกจากการเลี้ยงดูลูกอย่างดีที่สุดแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังเชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะเข้ามากล้ำกรายด้วย อย่าง RSV เชื้อไวรัสที่คุณแม่ต้องเฝ้าระวังในเด็กเล็ก อาจจะดูเผิน ๆ แล้วเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ก็ไม่ควรประมาท หากพบอาการเบื้องต้นแอดแนะนำให้คุณแม่พาน้องไปพบแพทย์เพื่อดูอาการตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด อย่างไรแล้วอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยควรหมั่นดูแลสุขภาพของคุณรอบข้างให้ดีนะคะ จะได้ไม่เจ็บป่วยกันค่า

ต้องการดูและติดตามโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ 4promee รวมโปรโมชั่น

ชุมชนการซื้อขายและแบ่งปันสินค้า Commupun