รับมืออย่างไรเมื่อถูก Bully รับมืออย่างไรเมื่อถูก Bully %

เทรด

รับมืออย่างไรเมื่อถูก Bully

รับมืออย่างไรเมื่อถูก Bully ในปัจจุบันเรามักจะได้ยินคำว่า “Bully” บ่อยครั้ง! เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนสื่อสารกันผ่านโลกไซเบอร์กันมาก จนคิดว่าเป็นแค่การบูลลี่ในโลกไซเบอร์ หรือแม้แต่กระทั่งการพูดจาดูถูกเหยียดหยามกัน การรังแกหรือกลั่นแกล้งกันก็ยังคงไม่เลือนหายไปจากสังคมโลก โดยเฉพาะเด็กๆในสถานศึกษาหรือในที่ทำงานก็มักจะมีการบูลลี่กันเกิดขึ้น แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันดีกว่าว่า การบูลลี่คืออะไร? และแบบไหนถึงเข้าข่ายการบูลลี่ วันนี้ทางเราได้นำเกร็ดความรู้มาฝากทุกคนแล้วไปดูกันเลยค่า

รับมืออย่างไรเมื่อถูก Bully

การ Bully คืออะไร?

คือ พฤติกรรมรุนแรง กลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่นทั้งทางวาจาและร่างกาย หากเกิดในชีวิตจริงมักเป็นการล้อเลียนรูปร่างหน้าตา สถานะทางสังคม รวมถึงการทำร้ายร่างกาย ส่วนโลกออนไลน์ส่วนใหญ่เกิดจากการประจานกันทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งหลายครั้งการบูลลี่สร้างผลกระทบทางด้านความรู้สึกมากมายจนอาจเกิดเป็นแผลทางใจฝังลึกจนยากเยียวยา หรืออาจลุกลามไปจนเกิดการปะทะและสร้างบาดแผลทางกายได้

แบบไหนถึงเรียกว่า Bully?

พฤติกรรมข่มขู่กับการบูลลี่ อาจแยกกันไม่ได้เด็ดขาด เมื่อทำครั้งแรกแต่รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบ ควรจะหยุด ไม่ควรเกิดครั้งที่สองและครั้งที่สาม ถ้ายังเกิดขึ้นอีกแสดงว่ามีเจตนาแอบแฝง ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านร่างกาย ทางด้านวาจา และทางด้านสังคม ผู้ถูกกระทำอาจให้อภัยได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ ซ้ำๆ อาจกลายเป็นความเครียดหรือความแค้นในที่สุด

รับมืออย่างไรเมื่อถูก Bully

วิธีรับมือเมื่อถูก Bully

  1. ใช้ความนิ่งสยบการบูลลี่ การนิ่งเฉยต่อการบูลลี่ช่วยให้เรื่องราวการบูลลี่หายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้กระทำมักมีเจตนาให้เหยื่อตอบโต้ เพื่อสร้างกระแสความรุนแรง หรือเพิ่มความสะใจ แต่เมื่อผู้ถูกกระทำเลือกที่จะนิ่งเฉย ผู้ลงมือบูลลี่อาจรู้สึกเบื่อและถอยทัพไปเองในที่สุด
  2. ตอบโต้อย่างสุภาพ ด้วยคำพูดและการแสดงออกว่าไม่ได้รู้สึกสนุก หรือไม่ชอบการกระทำรวมถึงวาจาต่างๆ ที่ถูกกล่าวถึงด้วยคำพูดและท่าทีสุภาพ ไม่ตะโกน ขึ้นเสียง หรือใช้คำหยาบคาย รวมถึงชี้แจงอย่างชัดเจนหากเรื่องที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นจริง
  3. พูดคุยกับเพื่อนร่วมชะตากรรมเพื่อช่วยกันแก้ไข บางครั้งการถูกบูลลี่ไม่ได้เกิดขึ้นกับบุคคลเพียงคนเดียว การหาผู้ร่วมถูกกระทำจะเป็นการเพิ่มหลักฐานและพยานว่า ผู้บูลลี่สร้างเรื่องขึ้นทำร้ายเหยื่อมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง นอกจากนี้เพื่อนร่วมชะตากรรมอาจเป็นที่ปรึกษาคลายทุกข์ได้เป็นอย่างดี
  4. เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม หากการบูลลี่นั้นทำร้ายร่างกายหรือจิตใจจนยากยอมรับ การเปลี่ยนที่ทำงาน กลุ่มเพื่อน ก็อาจช่วยฟื้นฟูภาวะบอบช้ำจากการถูกบูลลี่ได้เร็วขึ้น
  5. ปฏิเสธ แสดงออกหรือบอกไปตรงๆ ว่า ไม่ชอบ! ไม่โอเค! ถ้าเป็นเรื่องที่ทนไม่ไหวหรือเป็นเรื่องล้อเล่นรุนแรงเกินกว่าจะรับได้ การแสดงความชัดเจนด้วยคำพูดและท่าทาง รวมทั้งพูดคุยสอบถามไปตรงๆ ก็จะดีกว่า เช่น ถามไปเลยว่าทำไมต้องแกล้งเรา ทำแล้วชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร? จริงๆ แล้วเราไม่ชอบ ไม่อยากให้ทำแบบนี้ หรือพูดจริงจังไปเลยว่าอย่าทำแบบนี้อีก มันไม่ตลก ไม่สนุก ไม่ดีสำหรับใครเลย คนอื่นจะได้เข้าใจว่าเราไม่โอเค และไม่ทำเรื่องนั้นอีก
  6. ปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ หลายครั้งที่การบูลลี่ล้ำเส้นเหยื่อจนกัดกินจิตใจ สร้างบาดแผล จนผู้ถูกกระทำไม่สามารถอยู่ในสังคมต่อไป บางกรณีอาจกลายเป็นความเครียด ปลีกตัวจากสังคม ไปจนถึงขั้นเก็บกด เป็นโรคซึมเศร้า และจบลงด้วยการฆ่าตัวตาย ดังนั้นทางออกที่ดีคือการพบผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เพื่อปรึกษา ทำการรักษาอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ

ใครที่กำลังประสบกับปัญหาการถูก Bully อยู่ก็ลองเอาวิธีนี้ไปทำตามดูกันได้ค่ะแอดเชื่อว่าจะไม่โดน Bully อีกต่อไป เชื่อเถอะว่าเรื่องแบบนี้พอเราผ่านมันไปได้ อนาคตเราจะเข้มแข็งขึ้นและประสบความสำเร็จได้ด้วยแรงขับเหล่านั้นก็ได้นะ หรือใครที่ชอบ Bully คนอื่นก็ขอให้หยุด! เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่โดนเขารู้สึกอย่างไรซึ่งถ้ามองในมุมกลับกันเราก็คงจะรู้สึกไม่ดีเช่นกันหากเป็นฝ่ายโดนกระทำบ้าง และทางเรา 4promee ขอเป็นกำลังใจให้และร่วมมือกันสร้างสังคมให้หยุดการ Bully กันดีกว่า

กดไลค์ และติดตาม เพจเราได้ที่Facebook :4Promee โฟร์โปรมี รวมโปรโมชั่น