How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

เทรด

How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

อยาก ลดพุง ใครที่อยากให้พุงยื่นๆ กลายเป็นหน้าท้องแบนๆ ต้องเริ่มจากการ ลดไขมันหน้าท้อง ก่อน ซึ่งวันนี้เราก็มีเทคนิคการกินดีๆ 5 ข้อ ที่รับรองว่าถ้าทำตามแล้ว พุงแบนใครอยากพุงแบนแล้ว มาอ่านแล้วเอาไปทำตามกันเลยย!

1.ไม่กินมัน

How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

อย่างแรกที่จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดี คือต้องลดของมันเลยก่อน พวกหนังหมู หนังไก่ เบคอน หรือเนื้อสัตว์ที่มีมันแทรกหนาๆ ทั้งหลายต้องโบกมือลาให้ไวเลยจ้า รวมไปถึงน้ำมันที่ใส่ในอาหาร แนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็นการผัดด้วยน้ำแทนจะช่วยลดการกินของมันไปได้เยอะทีเดียว ซึ่งแม้ว่าร่างกายของเราจะเผาผลาญไขมันได้ แต่หากกินของมันในปริมาณมากก็จะเกิดไขมันสะสมที่มากขึ้นเช่นกัน และบอกเลยว่าเอาออกน่ะยากกว่าเอาเข้าเยอะ ! 

2.ไม่กินหวาน

How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

นอกจากของมันแล้ว ของหวานก็เป็นอีกหนึ่งตัวการของพุงยื่นๆ นั่นเอง เราควรเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ชาและกาแฟที่ใส่น้ำตาล ขนมหวานทั้งหลาย หากอยากกินหวานแนะนำให้เปลี่ยนมากินผลไม้ที่น้ำตาลน้อยแต่ไฟเบอร์สูงแทนนะ เพราะใยอาหารในผลไม้บางชนิดจะช่วยลดระดับอินซูลิน ซึ่งจะช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันหน้าท้องที่อยู่ลึกลงไปได้! ใครที่อยากหุ่นสวยแนะนำให้กินแอปเปิลแบบไม่ปอกเปลือกเลย ช่วยให้อิ่ม แถมใยอาหารเพียบ!

3.ไม่กินของทอด

How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

How to กินยังไม่ให้มีหน้าท้อง พร้อม Trick ลดหน้าท้องอีกด้วย

ลดการกินของติดมัน น้ำมัน ในอาหารแต่ละมื้อแล้ว อย่าลืมลดของทอดด้วยนะ! หากใครที่ทำอาหารกินเอง แนะนำให้เปลี่ยนจากการทอดเป็นการจี่บนกระทะ หรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแทน เพราะนอกจากจะอร่อยเหมือนเดิมแล้ว ยังช่วยลดอัตราการสะสมของไขมันไปได้อีกมากเลย! ส่วนใครที่ต้องซื้ออาหารกินเองนอกบ้าน พยายามลดของทอดในอาหารแต่ละมื้อลง เช่น เปลี่ยนไข่เจียว ไข่ดาว เป็นไข่ต้ม  หรือจากปลาทอด เป็นปลานึ่ง จะดีกว่า!

4.ไม่อดอาหาร

การอดอาหารไม่ใช่การลดน้ำหนักและลดไขมันที่ถูกต้องเลยนะสาวๆ ถ้าจะให้ดีควรกินอาหารให้ครบทุกมื้อโดยเฉพาะอาหารเช้า! ซึ่งอาหารเช้าที่ควรกินก็ควรเลือกเป็นอาหารที่ช่วยให้อิ่มท้องนาน เช่น ข้าวโอ๊ต ไข่ ขนมปังสีน้ำตาล หรือธัญพืชไม่ขัดสี ซึ่งธัญพืชไม่ขัดสีจะช่วยเร่งการละลายไขมัน ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันภายในช่องท้อง ซึ่งเป็นชั้นไขมันที่อยู่ลึกลงไปได้ง่ายกว่าไขมันใต้ชั้นผิวหนังนั่นเอง

5.ลดแคลอรี่

ไม่อดอาหารแต่ก็ใช่ว่าเราจะกินเยอะเกินจนร่างกายเผาผลาญไม่หมดได้นะ หากไม่อยากพุงยื่นจนฉุดไม่อยู่ แนะนำให้กินให้น้อยกว่าปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายเราเผาผลาญได้ต่อวันครับ เพื่อไม่ให้เหลือแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญไม่หมดจนเกิดเป็นไขมันสะสม

5 เคล็ดลับลดไขมันหน้าท้องง่ายๆ

  1. เริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมที่ทำให้ตื่นตัว เช่น วิ่ง แอโรบิกเบาๆ วิ่งหรือเดินขึ้นบันไนระหว่างเดินทางไปทำงาน เป็นต้น เพื่อเพิ่มการตื่นตัวให้เราสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และเผาผลาญพลังงานมากขึ้น
  2. มีกิจกรรมระหว่างวันทำอยู่ตลอดเวลา อาจจะใช้เวลาระหว่างการเดินไปห้องน้ำระหว่างทำงานหรือเรียนด้วยการเดินเร็ว เดินขึ้นบันไดแทนลิฟท์ อย่าลืมลุกขึ้นจากเก้าอี้ทุกๆ 1-2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันโรคอ้วน และออฟฟิศซินโดรมอื่นๆ
  3. สามารถรับประทานอาหาร 3 มื้อได้ตามปกติ แต่เลือกอาหารที่รับประทานมากขึ้น หลีกเลี่ยงข้าวขาว กินข้าวกล้อง ข้าวแดงแทน เลือกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ไก่ ปลาลอกหนัง เพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น และลดของหวานทั้งขนม และเครื่องดื่ม
  4. ออกกำลังกายวันละอย่างน้อย 30 นาที 5-7 วันต่อสัปดาห์ เน้นการออกกำลังกายทุกส่วน และหน้าท้อง ตามด้วยการออกกำลังที่ต้องต้านทานกับน้ำหนัก เช่น ซิทอัพ แพลงก์ ฯลฯ
  5. ไม่เข้านอนดึกเกินไป เพราะยิ่งนอนดึก ยิ่งเสี่ยงต่อการหักห้ามใจที่จะไม่กินจุบจิบตอนกลางคืนได้

วิธีคำนวณการเผาผลาญพลังงาน Basal Metabolic Rate (BMR)
สูตรคำนวณอัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวันคือ

สำหรับผู้ชาย : BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (5 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (6.8 x อายุ)
สำหรับผู้หญิง : BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (1.8 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (4.7 x อายุ)

แต่หากเรามีกิจกรรมอย่างออกกำลังกายจะมีการเผาผลาญพลังงานโดยคำนวณได้ดังนี้

“การเผาผลาญพลังงานโดยปกติ = BMR x ตัวแปร”

โดยตัวแปรของเราจะขึ้นอยู่กับการออกกำลังของเราดังนี้

  • นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย = BMR x 1.2
  • ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย ประมาณอาทิตย์ละ 1-3 วัน = BMR x 1.375
  • ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง ประมาณอาทิตย์ละ 3-5 วัน = BMR x 1.55
  • ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก ประมาณอาทิตย์ละ 6-7 วัน = BMR x 1.725
  • ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนักทุกวันเช้าเย็น = BMR x 1.9

ปฏิบัติ!!! 🤣

ทาง 4 Promee เอาใจช่วยนะทุกคนนน

ต้องการดูและติดตามโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ 4promee รวมโปรโมชั่น

ชุมชนการซื้อขายและแบ่งปันสินค้า Commupun